[EKP]Chapter 02

posted on 22 Apr 2014 23:52 by opuko-kurosu in EKP
 
 
 
 
Chapter 02 : Akahitoha Jun
 
 

“นี่ ปกติคนตายแล้วจะไปไหนกันนะ?”

“ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ไม่ได้ไปไหนเลย เพราะไม่ได้มีตัวตนอยู่อีกต่อไปแล้ว”

“แล้วหลุมศพหละ…”

“ร่างที่นอนนิ่งๆแบบนั้นไม่เรียกว่ามีชีวิตหรอก ถึงร่างจะอยู่ตรงนั้น แต่ตัวตนจริงๆก็ไม่อยู่แล้ว”

“ถ้างั้น… ถ้าคนคนนั้นตายไปแล้ว ไม่ว่าจะกล่าวคิดถึง เสียใจ ขอโทษ หรืออะไรก็แล้วแต่  เขาก็จะไม่มีทางรับรู้ได้เลยสินะ”

“ใช่”

“แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงยังทำแบบนั้นหละ ทำไมต้องมาเยี่ยมหลุมศพ มาพูดทักทาย เอาดอกไม้มาประดับ เหมือนกับว่าคนที่ตายไปแล้วจะดีใจที่เห็นแบบนั้น”

“คนตายไม่มีความสุขหรอกที่เห็นแบบนั้น  เพราะเขาไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว  คนเป็น ทำทุกอย่างให้คนตาย เพื่อความสบายใจของตัวเองที่ยังมีชีวิตอยู่  เป็นการกระทำเพื่อรักษาสภาพจิตใจของตัวเองทั้งนั้นแหละ”

-------------------------------

 

กว่าครึ่งปีแล้วที่ผมไปอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น พอกลับมาอังกฤษอีกครั้งก็พบว่าสองข้างทางของถนนหน้าบ้านได้ถูกประดับประดาด้วยสีแดงแสดของฤดูใบไม้ร่วง  ใบไม้แห้งสีแปลกตาร่วงหล่นจากต้นและปลิวตามสายลมที่พัดแรงกว่าปกติ  ตอนนั้นเองที่รู้สึกได้ว่าอากาศเย็นกว่าที่ควรจะเป็น  สายฝนสีเทาโปรยปรายลงมาจากฟ้าเบื้องบนทำให้อุณหภูมิอากาศในฤดูใบไม้ร่วงลดต่ำลงจนเกือบติดลบ ผมกระชับร่มสีดำในมือ แล้วยกช่อดอกไม้สีฟ้าในมือขึ้นมาถือให้ใกล้ตัวมากขึ้น ก่อนที่แรงลมและฝนจะทำให้มันจะบอบช้ำไปซะก่อน  สีแดงของใบไม้ช่วยแต่งแต้มทางเดินคอนกรีตที่เปียกชุ่มซึ่งทอดยาวออกไปไกลสุดตาให้ดูไม่น่าเบื่อ ผมยังคงออกเดินต่อท่ามกลางฝนที่โปรยลงมา จนกระทั่งถึงจุดหมาย…

 

แท่นหินทรงสูงรูปร่างต่างๆตั้งเรียงรายเป็นแถวอย่างมีระเบียบ  สีขาวของแผ่นป้ายหินตัดกับสีเขียวของพื้นหญ้าที่ถูกแซมด้วยใบไม้แห้งสีแสดกระจัดกระจายทั่วพื้นที่ สายลมเริ่มสงบลงบ้างแล้วแต่หยดน้ำฝนยังคงโปรยปรายลงมา นอกจากตัวผมแล้วก็ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ ภาพตรงหน้ากลางเป็นบรรยากาศที่ดูสงบอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 ผมหยุดยืนที่หน้าแท่นทรงไม้กางเขนซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผมจะมาเยี่ยม  ป้ายหลุมศพแกะสลักอย่างปราณีตดูสวยงาม แต่ไร้ชีวิตชีวา

 

“สุขสันต์วันเกิดนะ” ผมกล่าวออกมาพลางนั่งคุกเข่ากับพื้นหญ้าเปียกชุ่มตรงนั้น

 

“ไม่รู้จะอวยพรอะไรดี เพราะยังไงนายก็ไม่อยู่แล้ว”

 

“นี่ฉันยอมฝ่าลมฝ่าฝนออกมาเยี่ยมหลุมศพนายเลย สำนึกบุญคุณกันด้วย”

 

ทั้งๆที่รู้ว่าคงไม่มีเสียงตอบกลับมา ตรงหน้านั้นมีแต่ความว่างเปล่า แต่ผมก็ยังคงพูดต่อไป

 

“จะว่าไปพวกเราก็ไม่ได้เจอกันซักพักแล้ว มีเรื่องอยากเล่าเพียบเลยหละ”

 

“ตอนนี้ฉันย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นแล้ว จะว่าไงดี… เบื่อที่บ้านแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศ แต่พอดีตอนนี้โดนเรียกกลับอังกฤษมาทำอะไรนิดหน่อย เลยถือโอกาสมาเยี่ยมนายด้วย”

 

“ยังไม่ได้ยอมแพ้หรอก…”

 

“แค่ตอนนี้ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะชนะ”

 

“ส่วนนายก็เป็นผู้แพ้ไปแล้ว อยู่เงียบๆแบบนั้นไปแหละดีแล้ว”

 

“ถ้าเกิดว่าตอนนี้นายยังมีชีวิตอยู่… นายคงรู้สึกเหมือนฉันแน่ๆ”

 

“ทั้งที่ฉันควรจะชนะแท้ๆ”

 

“แต่กลับโดนหลอกเข้าไปเต็มๆ….”

 

“ทั้งฉันทั้งนาย…เหมือนคนโง่เลยหละ” 

 

บางทีตอนนี้ผมอาจกำลังพูดพลางยิ้มอย่างอ่อนแรงอยู่

มือข้างหนึ่งค่อยๆประคองช่อดอกไม้ยื่นออกไปวางข้างหน้า ในใจหวังลึกๆว่าผู้รับจะได้รับมันจริงๆ แต่คงเป็นไปไม่ได้

 

“ดอกไฮเดรนเยียที่บ้านบานพอดีเลยตัดมาให้น่ะ…”

 

“เขาว่ากันว่าไฮเดรนเยียหมายถึงความเย็นชา เข้ากับพวกเราดีนะว่ามั้ย?”

 

“แต่ว่าก็เคยได้ยินความหมายอีกแบบหนึ่งอยู่เหมือนกัน…”

 

ผมค่อยๆใช้มือตัวเองสัมผัสไปตามพื้นหญ้าตรงนั้น  พื้นที่ว่างตรงหน้าป้ายหลุมศพนี้คงจะมีร่างของนายฝังอยู่ด้านใต้

 

ร่างของบุคคลที่คอยอยู่ด้วยกันมาตลอด…

เป็นคนสำคัญ…

เป็นคนเดียวที่คอยรับฟัง…

เป็นคนเดียวที่ไว้ใจได้…

พอไม่มีนาย ฉันถึงได้รู้ว่าโลกนี้มันน่ากลัวแค่ไหน ไม่มีใครที่สามารถเชื่อใจได้อีกแล้ว

 

ไฮเดรนเยียที่ตัดมาให้นายก็ไม่ได้เป็นเพราะแค่บังเอิญว่ามันบานพอดี

ตั้งใจเลือกมันมาเพราะอยากจะบอกความหมายหมายของมันให้นายได้ยิน

ถ้าก้มตัวลงไปใกล้มากกว่านี้ กระซิบกับพื้นดินตรงนี้ นายจะได้ยินมั้ย

 

“ขอบคุณที่คอยเข้าใจกันมาตลอด ขอบคุณจริงๆ”


 

 

 ไม่รู้ว่าตัวเองนั่งก้มหน้าแทบติดพื้นดินเป็นเวลานานเท่าไหร่ พอลุกขึ้นมาอีกทีถึงได้รู้ว่าทั้งตัวเปียกชุ่มด้วยน้ำฝนเหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด เป็นความรู้สึกที่ไม่น่ายินดีซักเท่าไหร่ ผมค่อยๆใช้มือปัดเศษใบไม้ที่ติดตามตัวออกก่อนจะเดินกลับไปตามทางเดิม

 

แต่แล้วผมก็หันกลับไปที่หลุมศพอีกรอบเพื่อกล่าวคำอำลาสุดท้าย

 

“อย่าเข้าใจผิดหละ ฉันไม่ได้เสียใจที่นายตายหรอกนะ…”

“ฉันรู้ดีว่านายไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว  ไม่มีความจำเป็นต้องมัวมานั่งเสียใจต่อคนที่จากโลกนี้ไปแล้ว  ฉันยังมีสิ่งที่ต้องทำ เกมยังไม่จบเพราะฉันยังไม่ชนะ ฉันต้องเดินหน้าต่อ และคงไม่สามารถพานายเดินไปด้วยกันได้อีกแล้ว คงต้องขอทิ้งนายไว้ด้านหลังตลอดกาล หวังว่าจะไม่โกรธ?”

 

“ขอโทษนะ… แล้วก็ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่าง”

ผมยิ้มให้กับความว่างเปล่าตรงนั้นอีกครั้งก่อนจะเดินกลับออกมา เป็นรอยยิ้มจริงใจที่ไม่ได้ให้กับใครมานานแล้ว ตั้งแต่เกิดมาคงมีนายคนเดียวที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ตอนนี้นี้นายก็ไม่อยู่แล้ว

 

ในอนาคตผมจะยังยิ้มแบบนี้ได้อีกรึเปล่านะ….

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

จบแล้ว

 

งงหละสิ

 

งงชิมิ

 

เรารู้ว่าคุณสงสัย

 

เชิญ

 

ask.fm

 

นี่มันโฆษณาแอบแฝง!

--------------------------------------------------------------------------------------------------

โฮกกกกกกกกกก เขียนจบแล้วววว

รู้สึกเหมือนแชปนี้ได้ยกภูเขาออกจากอกไป1ลูก #ห้ะ?

เรารู้ว่าทุกคนงงๆกับบทสนทนา เราก็จงใจให้ทุกคนงงนั่นแหละ ถถถถ

ไทม์ไลน์ของเหตุการณ์นี้ก็คงเป็นฤดูใบไม่ร่วงปีที่แล้ว

หน้าฝนกับใบไม้ร่วงเป็นอะไรที่เราชอบมาก ฟหกหกกหก

ตอนแรกดอกไม้ที่ใช้ไม่ใช่ไฮเดรนเยียด้วยนะ 

ตอนแรกสุดเลือกใช้ทิวลิปสีม่วง (ซื่อสัตย์มั่นคงตลอดกาล)

จากนั้นก็ลองเปลี่ยนไปใช้คาร์เนชั่นสีม่วง (ความไม่มั่นคง การเปลี่ยนแปลง)

.....

เดี๋ยวสิ ทำไมมีแต่สีม่วงฟระ!!!

โซเกย์มากมาย

 

สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนมาใช้ไฮเดรนเยีย อย่างน้อยก็มีสีฟ้าให้เลือก ; v ;

ที่เลือกไฮเดรนเยีย อีกสาเหตุก็เพราะมันมีสองความหมายที่ขัดกันเอง

เลยอยากจะสื่อว่า "ถึงเย็นชา แต่ก็เข้าใจ"

น่ารักเนอะ ///////// #...

 

แชปนี้ก็ลองปาดๆแบบใหม่ดู เนื่องจากเป็นภาพเล็กเลยปาดสนุกดี รูปละ10นาทีเอง ฟหกหกห

 

แชปนี้เชื่อว่าทุกคนคงได้เห็นอีกด้านของจุน(หรอ?)

สุดท้ายนี้ เอาเป็นว่า... ฝากจุนด้วยนะคะ //โค้ง

Comment

Comment:

Tweet

อย่า นายอย่ากร๊าวไปมากกว่านี้นะจุน ระวังโดนฉุด--------

#3 By BUTTER★ on 2014-05-19 11:41

เข้ามากรี๊ดคุณหัวหน้าาา โมเม้นท์แบบนี้เข้ากับจุนคุงแปลกๆดีนะคะ 555555 ส่งเร็วไปแล้วว

#2 By AKeaR on 2014-04-23 01:01

จุนคุงโฮโม เอ้ย ซึนมาก คิดเหมือนกันใช่มั้ย B2 ปล. หมั่นไส้คนส่งค่ะ

#1 By Linna_sama on 2014-04-23 00:32